Aiพนักงานต้อนรับ แทน Receptionist ได้ไหม เรื่องที่องค์กรต้องรู้

Aiพนักงานต้อนรับ แทน Receptionist ได้จริงไหม? องค์กรควนต้องรู้

คำตอบคือ พนักงาน Receptionist ยังคงจำเป็น โดยเฉพาะในองค์กรที่ต้องต้อนรับลูกค้า คู่ค้า ผู้บริหาร และผู้มาติดต่อเป็นประจำ แม้ Aiพนักงานต้อนรับ จะช่วยให้งานบางส่วนรวดเร็วและเป็นระบบขึ้น แต่การดูแลผู้มาติดต่อในสถานการณ์จริงยังต้องอาศัยมนุษย์ ทั้งการสื่อสาร การใช้วิจารณญาณ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการสร้างความประทับใจ

SO PEOPLE จึงพร้อมเป็นผู้ช่วยองค์กรในการสรรหาและจัดหาพนักงาน Receptionist ให้ตรงตามคุณสมบัติที่กำหนด พร้อมดูแลกระบวนการคัดเลือก การสัมภาษณ์ การอบรมก่อนเริ่มงาน และการประสานจัดหาพนักงานทดแทนเมื่อเกิดความจำเป็น เพื่อช่วยให้องค์กรบริหารงานต้อนรับได้อย่างต่อเนื่องในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

AI สามารถมาทดแทนตำแหน่ง Receptionist ได้จริงไหม?

Aiพนักงานต้อนรับ สามารถทดแทนงานบางส่วนของตำแหน่ง Receptionist ได้ แต่ยังไม่สามารถทดแทนการทำงานของพนักงานต้อนรับได้ทั้งหมด โดย Aiพนักงานต้อนรับ เหมาะกับงานที่มีขั้นตอนชัดเจนและทำซ้ำเป็นประจำ เช่น การลงทะเบียนผู้มาติดต่อ การตอบคำถามทั่วไป การรับสายเบื้องต้น การจัดการนัดหมาย และการจัดเก็บข้อมูล

อย่างไรก็ตาม งานต้อนรับยังต้องอาศัยทักษะการสื่อสาร การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การเข้าใจอารมณ์และความต้องการของผู้มาติดต่อ รวมถึงการตัดสินใจในสถานการณ์ที่ซับซ้อน ซึ่ง AI ยังมีข้อจำกัด

ดังนั้น องค์กรสามารถนำเทคโนโลยี AI มาใช้ร่วมกับพนักงานต้อนรับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระงานซ้ำซ้อน ขณะเดียวกัน การใช้บริการ Outsource เพื่อสรรหาและจัดหาพนักงาน Receptionist ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ก็เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้องค์กรบริหารงานต้อนรับได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

4 รูปแบบของ AI ที่ใช้ในงานต้อนรับ

1. ระบบลงทะเบียนผู้มาติดต่ออัตโนมัติ

องค์กรสามารถใช้แท็บเล็ตหรือคีออสก์ให้ผู้มาติดต่อกรอกข้อมูล ตรวจสอบนัดหมาย รับบัตรผู้มาติดต่อ และแจ้งเตือนพนักงานภายในได้ ระบบลักษณะนี้ช่วยลดการกรอกข้อมูลซ้ำ และทำให้ค้นหาประวัติการเข้าออกได้เป็นระบบมากขึ้น

2. แชตบอตและผู้ช่วยเสมือน

AI สามารถตอบคำถามที่มีคำตอบมาตรฐาน เช่น เวลาทำการ ที่ตั้งห้องประชุม ขั้นตอนติดต่อแผนก หรือข้อมูลบริการเบื้องต้น โดยให้บริการได้ทั้งผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือหน้าจอภายในอาคาร

3. ระบบรับสายและจัดการนัดหมาย

ระบบอัตโนมัติสามารถรับสายเบื้องต้น คัดแยกวัตถุประสงค์ของผู้โทร บันทึกข้อความ จัดตารางนัดหมาย หรือส่งต่อสายไปยังผู้รับผิดชอบ ช่วยลดภาระจากคำถามและคำขอที่เกิดขึ้นซ้ำๆ

4. ระบบจัดเก็บและประสานข้อมูล

เครื่องมือดิจิทัลช่วยบันทึกข้อมูลผู้มาติดต่อ แจ้งพนักงานที่ถูกนัดหมาย และจัดเก็บข้อมูลตามสิทธิ์การเข้าถึง ทำให้ Receptionist ไม่ต้องประสานงานทุกขั้นตอนด้วยตนเอง

ข้อดีและข้อจำกัดที่ฝ่ายบริหารควรรู้

ข้อดีสำคัญของAI คือความรวดเร็ว ความสม่ำเสมอ และความสามารถในการรองรับงานมาตรฐานจำนวนมาก แต่ระบบอาจตอบผิด เข้าใจบริบทไม่ครบ หรือไม่สามารถดำเนินการต่อเมื่อพบสถานการณ์ที่อยู่นอกกระบวนการที่กำหนดไว้

องค์กรจึงควรประเมิน AI ทั้งด้านความแม่นยำ ความน่าเชื่อถือ ความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย และอคติ ไม่ใช่พิจารณาเพียงว่าระบบทำงานได้เร็วเพียงใด หลักการนี้สอดคล้องกับ กรอบบริหารความเสี่ยง AI ของ NIST ซึ่งเสนอให้จัดการความเสี่ยงตลอดวงจรการใช้งาน AI ตั้งแต่การกำกับดูแล การประเมินบริบท การวัดผล ไปจนถึงการจัดการความเสี่ยง

Aiพนักงานต้อนรับ มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อนำไปใช้กับงานที่คาดการณ์ได้ ส่วนงานที่คลุมเครือ มีผลกระทบสูง หรือเกี่ยวข้องกับอารมณ์ของผู้รับบริการควรมีคนตรวจสอบและรับช่วงต่อ

แล้วพนักงาน Receptionist ยังจำเป็นอยู่ไหมในยุค Ai

Receptionist ยังจำเป็นสำหรับหลายองค์กร โดยเฉพาะสถานที่ที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์ลูกค้า มีผู้มาติดต่อหลากหลาย หรือมีสถานการณ์หน้างานที่ไม่สามารถกำหนดเป็นขั้นตอนได้ทั้งหมด

4 เหตุผลที่ไม่ควรตัดพนักงานออกทั้งหมดและมาใช้ Aiพนักงานต้อนรับ

1.การสร้างความประทับใจแรกพบ

การต้อนรับไม่ได้มีเพียงการกล่าวทักทาย แต่รวมถึงน้ำเสียง สีหน้า การรับฟัง และการสังเกตว่าผู้มาติดต่อกำลังต้องการความช่วยเหลือแบบใด พนักงานที่มี Service Mind สามารถปรับวิธีสื่อสารให้เหมาะกับบุคคลและสถานการณ์ได้

2.การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ผู้มาติดต่ออาจไม่มีนัดหมาย ติดต่อผิดแผนก หรือเข้ามาในช่วงที่ผู้รับผิดชอบไม่สะดวก Receptionist ต้องประเมินความเร่งด่วน หาทางเลือก และประสานงานโดยไม่ทำให้ผู้มาติดต่อรู้สึกว่าถูกละเลย

3.การรับมือข้อร้องเรียนและอารมณ์

Aiพนักงานต้อนรับ อาจบันทึกข้อร้องเรียนหรือให้ข้อมูลตามฐานความรู้ได้ แต่สถานการณ์ที่ลูกค้าไม่พอใจต้องอาศัยการฟังอย่างตั้งใจ การควบคุมน้ำเสียง และการเลือกถ้อยคำที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ปัญหาขยายตัว

4.การดูแลแขกสำคัญและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ

ผู้บริหาร คู่ค้าต่างประเทศ ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้มาติดต่อที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีอาจต้องการการดูแลเฉพาะบุคคล การมีพนักงานประจำจุดช่วยให้องค์กรตอบสนองได้อย่างสุภาพและยืดหยุ่นกว่า

กรณีที่ Aiพนักงานต้อนรับ ระบบอัตโนมัติอาจรองรับงานส่วนใหญ่ได้

ระบบอัตโนมัติอาจเหมาะกับสถานที่ซึ่งมีผู้ใช้งานกลุ่มเดิม ขั้นตอนเข้าออกชัดเจน คำถามไม่ซับซ้อน และมีช่องทางขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา เช่น พื้นที่สำนักงานที่ใช้ระบบนัดหมายล่วงหน้า หรืออาคารที่ผู้มาติดต่อส่วนใหญ่เป็นพนักงานภายใน

ถึงกระนั้น องค์กรควรมีผู้รับผิดชอบคอยตรวจสอบระบบและเป็นจุดส่งต่อ ไม่ควรปล่อยให้ผู้มาติดต่อเผชิญปัญหาโดยไม่มีช่องทางเข้าถึงคน

องค์กรที่ต้องการดูแลลูกค้าหลายช่องทางสามารถพิจารณาทั้ง Receptionist และพนักงานบริการลูกค้า Outsource โดยแบ่งบทบาทให้เหมาะกับลักษณะคำถามและระดับความซับซ้อนของงาน

คุณค่าของ Receptionist ยุคใหม่กำลังเปลี่ยนจากผู้กรอกข้อมูลและตอบคำถามทั่วไป ไปเป็นผู้ดูแลข้อยกเว้น ประสานงาน และรักษาประสบการณ์ของผู้มาติดต่อ

Receptionist ยุคใหม่ควรมีทักษะอะไรบ้าง ที่ Aiพนักงานต้อนรับ ไม่มี

Receptionist ยุค AI ควรมีทั้งทักษะด้านบริการ การสื่อสาร การแก้ปัญหา และการใช้เทคโนโลยี โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ AI แต่ต้องเรียนรู้เครื่องมือที่องค์กรใช้และรู้ว่าเมื่อใดควรส่งต่อให้มนุษย์ตัดสินใจ

ตอบคำถามและให้ข้อมูลพื้นฐาน

พนักงานควรรู้ข้อมูลสำคัญขององค์กร สามารถตรวจสอบความถูกต้องก่อนตอบ และอธิบายเรื่องที่ซับซ้อนให้ผู้มาติดต่อเข้าใจง่าย หากระบบ Aiพนักงานต้อนรับ ให้คำตอบที่ไม่ครบ พนักงานต้องรู้ว่าจะตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งใด

ทักษะสำคัญประกอบด้วย Service Mind การสื่อสารอย่างมืออาชีพ การฟังอย่างตั้งใจ และการใช้ภาษาต่างประเทศตามความจำเป็นของหน้างาน

การลงทะเบียน นัดหมาย และแจ้งเตือน

Receptionist ควรใช้ระบบลงทะเบียน ปฏิทิน โปรแกรมสำนักงาน และเครื่องมือแจ้งเตือนได้อย่างถูกต้อง รวมถึงตรวจสอบข้อมูลก่อนบันทึกหรือส่งต่อ

ข้อมูลชื่อ หมายเลขโทรศัพท์ ภาพถ่าย เลขทะเบียนรถ หรือประวัติการเข้าอาคารอาจเป็นข้อมูลส่วนบุคคล องค์กรจึงควรกำหนดวัตถุประสงค์ สิทธิ์การเข้าถึง ระยะเวลาจัดเก็บ และมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เหมาะสมตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และนโยบายภายในที่เกี่ยวข้อง

คัดกรองความต้องการและส่งต่อผู้รับผิดชอบ

พนักงานต้องแยกให้ออกว่าคำขอใดตอบได้ทันที เรื่องใดต้องตรวจสอบ และเหตุการณ์ใดต้องแจ้งผู้มีอำนาจตัดสินใจ ทักษะนี้ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ การจัดลำดับความสำคัญ และความเข้าใจโครงสร้างการทำงานขององค์กร

Receptionist ที่ทำงานร่วมกับ AI ได้ดีจึงควรรู้ทั้งวิธีใช้ระบบและข้อจำกัดของระบบ ไม่ควรเชื่อผลลัพธ์อัตโนมัติโดยไม่ตรวจสอบในกรณีที่ข้อมูลผิดปกติหรือมีผลกระทบต่อผู้มาติดต่อ

5 วิธีสรรหา Receptionist ให้ตอบโจทย์องค์กรยุค AI

การสรรหา Receptionist ควรเริ่มจากงานจริงและประสบการณ์บริการที่องค์กรต้องการ ไม่ใช่กำหนดคุณสมบัติด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นเพียงเพราะ AI กำลังเป็นกระแส

1. แยกงานที่ Aiพนักงานต้อนรับ ทำได้ออกจากงานที่ต้องใช้คน

สำรวจหน้าที่ทั้งหมดของตำแหน่ง เช่น ต้อนรับ รับโทรศัพท์ ลงทะเบียน จัดการนัดหมาย ดูแลห้องประชุม ประสานงาน หรือรับข้อร้องเรียน แล้วแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก

1.งานที่ระบบทำได้โดยอัตโนมัติ

2.งานที่ระบบช่วยเตรียมข้อมูล แต่คนต้องตรวจสอบ

3.งานที่ต้องใช้คนตัดสินใจหรือดูแลโดยตรง

การแบ่งงานลักษณะนี้ช่วยให้องค์กรทราบว่าต้องการ Receptionist จำนวนเท่าใด และควรมองหาทักษะแบบใด

2. กำหนดคุณสมบัติจากหน้าที่จริงที่ Aiพนักงานต้อนรับ ไม่สามารถให้บริการต่อได้

รายละเอียดงานควรระบุขอบเขตความรับผิดชอบ ภาษา เวลาทำงาน ระบบที่ต้องใช้ และสถานการณ์ที่พนักงานต้องรับมือ หลีกเลี่ยงการกำหนดคุณสมบัติที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการทำงาน

หากองค์กรใช้คีออสก์ ระบบ Visitor Management หรือแชตบอต ควรอธิบายบทบาทของพนักงานให้ชัดว่าเป็นผู้ดูแลระบบ ตรวจสอบข้อมูล หรือรับช่วงเมื่อระบบไม่สามารถให้บริการต่อได้

3. ประเมินด้วยสถานการณ์จำลอง

ประวัติการทำงานเพียงอย่างเดียวอาจไม่สะท้อนทักษะบริการ องค์กรสามารถจำลองสถานการณ์ เช่น

  • ลูกค้าเข้ามาโดยไม่มีนัดหมาย
  • ระบบลงทะเบียนใช้งานไม่ได้
  • มีผู้มาติดต่อหลายรายพร้อมกัน
  • ลูกค้าไม่พอใจและต้องการพบผู้บริหาร
  • AI ให้ข้อมูลไม่ตรงกับข้อมูลภายใน

ควรกำหนดเกณฑ์ประเมินล่วงหน้า เช่น ความชัดเจนในการสื่อสาร การควบคุมอารมณ์ การจัดลำดับงาน และความถูกต้องในการส่งต่อเรื่อง

4. เตรียมความพร้อมทั้งด้านบริการและเทคโนโลยี

ก่อนเริ่มงาน พนักงานควรเข้าใจมาตรฐานการต้อนรับ โครงสร้างองค์กร ขั้นตอนฉุกเฉิน นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล และวิธีใช้ระบบดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง

องค์กรสามารถนำ แนวทาง AI Governance ของ ETDA มาประกอบการกำหนดผู้รับผิดชอบ กระบวนการติดตาม และการจัดการความเสี่ยงจากการใช้ AI ในองค์กรได้

การอบรมที่ดีไม่ควรสอนเพียงว่าต้องกดปุ่มใด แต่ต้องทำให้พนักงานเข้าใจว่าเมื่อใดควรหยุดใช้ระบบ ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม หรือแจ้งผู้รับผิดชอบ

5. เตรียมกำลังคนทดแทนและแผนความต่อเนื่อง

แม้มี AI ช่วยงาน องค์กรยังอาจได้รับผลกระทบจากพนักงานลาป่วย ลาออก ระบบล่ม อินเทอร์เน็ตขัดข้อง หรือจำนวนผู้มาติดต่อเพิ่มขึ้นกะทันหัน จึงควรมีขั้นตอนสำรองทั้งด้านคนและเทคโนโลยี

สำหรับองค์กรที่ไม่ต้องการรับภาระการสรรหาและดูแลกำลังคนทั้งหมด การใช้บริการจัดหาพนักงาน Outsource อาจช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น โดยควรกำหนดคุณสมบัติ ขอบเขตงาน ขั้นตอนทดแทน และผู้ประสานงานให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

ระบบต้อนรับที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่ระบบที่มีเทคโนโลยีมากที่สุด แต่เป็นระบบที่ผู้มาติดต่อได้รับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แม้เกิดเหตุผิดปกติ

SO PEOPLE ช่วยองค์กรสรรหา Receptionist ให้พร้อมสำหรับการทำงานยุคใหม่ได้อย่างไร?

การสรรหา Receptionist ไม่ได้จบลงเมื่อมีผู้สมัครมาสัมภาษณ์ แต่ต้องพิจารณาความเหมาะสมกับงานจริง ความพร้อมก่อนเริ่มงาน และความต่อเนื่องของกำลังคนด้วย

SO PEOPLE ให้บริการจัดหาพนักงาน Outsource และช่วยบริหารกระบวนการด้านบุคลากรตามขอบเขตบริการที่ตกลงกับองค์กร โดยสำหรับตำแหน่ง Receptionist มีประเด็นสำคัญที่สามารถวางแผนร่วมกันได้ดังนี้

1.จัดหาพนักงานตามสเปกขององค์กร

องค์กรสามารถแจ้งหน้าที่ บุคลิกภาพ ทักษะการสื่อสาร ประสบการณ์ ภาษา เวลาทำงาน และเครื่องมือที่ต้องใช้ เพื่อให้การสรรหาและคัดกรองสอดคล้องกับงานจริงมากขึ้น

คุณสมบัติเฉพาะควรมีความเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานและใช้เกณฑ์ที่เป็นธรรมต่อผู้สมัคร เป้าหมายคือการลดความคลาดเคลื่อนระหว่างประกาศงาน ผู้สมัคร และความคาดหวังของหน้างาน

2.ประสานจัดหาพนักงานทดแทนเมื่อจำเป็น

กรณีพนักงานขาดงานหรือลาออกกะทันหัน SO PEOPLE สามารถประสานกระบวนการจัดหาพนักงานทดแทนตามเงื่อนไขที่ตกลงร่วมกัน ทั้งนี้ ความพร้อมและระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับคุณสมบัติที่ต้องการ สถานที่ทำงาน และความพร้อมของบุคลากร

องค์กรจึงควรวางแผนสถานการณ์ฉุกเฉินและแจ้งคุณสมบัติที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า ไม่ควรรอให้เกิดปัญหาแล้วจึงเริ่มกำหนดบทบาทของพนักงานทดแทน

3.ดูแลกระบวนการตั้งแต่คัดเลือกถึงเตรียมพร้อมก่อนเริ่มงาน

ขอบเขตบริการสามารถครอบคลุมการรับโจทย์ สรรหา คัดกรอง ประสานสัมภาษณ์ และเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มงานตามที่ตกลงกัน

สำหรับองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีในจุดต้อนรับ ควรเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับระบบลงทะเบียน โปรแกรมสำนักงาน ขั้นตอนประสานงาน และนโยบายข้อมูลผู้มาติดต่อ เพื่อให้พนักงานเข้าใจบทบาทของตนและทำงานร่วมกับระบบได้อย่างเหมาะสม

องค์กรที่กำลังทบทวนโครงสร้างกำลังคนสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์โดยไม่ต้องจ้างเอง เพื่อพิจารณาว่างานส่วนใดควรดูแลภายใน และงานส่วนใดสามารถใช้ผู้ให้บริการภายนอกสนับสนุนได้

องค์กรควรเลือกใช้ Aiพนักงานต้อนรับ หรือ สรรหา Receptionist แบบไหนจึงเหมาะสม

องค์กรควรตัดสินใจจากลักษณะงาน ความเสี่ยง และต้นทุนรวม ไม่ควรเปรียบเทียบเพียงค่าจ้างพนักงานกับราคาซอฟต์แวร์ เพราะทั้งสองทางเลือกมีค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดต่างกัน

เกณฑ์ที่ควรนำมาประเมิน ได้แก่

ปัจจัย เหมาะกับ AI มากขึ้น ควรมี Receptionist ดูแล
ปริมาณผู้มาติดต่อ มีจำนวนมากและรูปแบบซ้ำ ปริมาณผันผวนหรือแต่ละรายต้องการการดูแลต่างกัน
ลักษณะคำถาม มีคำตอบมาตรฐาน ซับซ้อน มีข้อร้องเรียน หรือต้องใช้วิจารณญาณ
เวลาบริการ ต้องให้ข้อมูลพื้นฐานตลอดเวลา ต้องประสานงานกับหลายฝ่ายในช่วงทำการ
ประสบการณ์ลูกค้า เน้นความเร็วและบริการตนเอง เน้นความสัมพันธ์ ภาพลักษณ์ และความประทับใจ
ระบบเดิม เชื่อมต่อข้อมูลได้พร้อม ระบบแยกส่วนหรือยังต้องใช้เอกสาร
ความเสี่ยง ผลกระทบจากคำตอบผิดอยู่ในระดับต่ำ เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย แขกสำคัญ หรือข้อมูลอ่อนไหว
ความต่อเนื่อง มีระบบสำรองและทีมเทคนิค ต้องมีคนแก้ปัญหาหน้างานทันที

ต้นทุน AI ควรรวมค่าติดตั้ง เชื่อมต่อระบบ บำรุงรักษา อัปเดตฐานข้อมูล อบรมพนักงาน ทดสอบความแม่นยำ และจัดทำแผนเมื่อระบบล่ม ส่วนต้นทุน Receptionist ควรรวมการสรรหา อบรม บริหารตารางงาน กำลังคนสำรอง และการควบคุมมาตรฐานบริการ

หลังเริ่มใช้งานควรติดตาม KPI เช่น เวลารอรับบริการ อัตราการแก้ปัญหาสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก อัตราการส่งต่อ ความพึงพอใจของผู้มาติดต่อ จำนวนเหตุการณ์ผิดพลาด และต้นทุนต่อการให้บริการหนึ่งครั้ง

การลงทุนที่คุ้มค่าไม่ใช่การลดจำนวนคนหรือเพิ่ม AI ให้มากที่สุด แต่คือการจัดสรรงานให้แต่ละฝ่ายทำในสิ่งที่สร้างผลลัพธ์ได้ดีที่สุด

สรุป: Aiพนักงานต้อนรับ ช่วยให้งานต้อนรับมีประสิทธิภาพ แต่คนยังเป็นส่วนสำคัญของงานบริการ

Aiพนักงานต้อนรับ สามารถช่วยลงทะเบียน ตอบคำถามทั่วไป จัดการนัดหมาย และลดภาระงานประจำของ Receptionist ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะองค์กรที่มีขั้นตอนบริการมาตรฐานและมีผู้มาติดต่อจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม พนักงานยังจำเป็นสำหรับการต้อนรับที่ต้องใช้ความเข้าใจ รับมือเหตุผิดปกติ ดูแลข้อร้องเรียน ประสานงานหลายฝ่าย และสร้างความประทับใจให้ลูกค้าหรือคู่ค้า ฝ่ายบริหารจึงไม่ควรเริ่มจากคำถามว่าจะตัดคนออกได้เท่าใด แต่ควรเริ่มจากการออกแบบประสบการณ์ที่องค์กรต้องการมอบให้ผู้มาติดต่อ

รูปแบบที่เหมาะกับหลายองค์กรคือการใช้  Aiพนักงานต้อนรับ ลดงานซ้ำ พร้อมมี Receptionist ที่ใช้เทคโนโลยีได้และพร้อมรับช่วงในสถานการณ์สำคัญ หากองค์กรต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นด้านกำลังคน SO PEOPLE สามารถช่วยวางโจทย์และจัดหาพนักงาน Outsource ให้เหมาะกับลักษณะงานและระบบที่องค์กรใช้อยู่

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Aiพนักงานต้อนรับ และการสรรหาพนักงาน Receptionist

เมื่อ Aiพนักงานต้อนรับ เข้ามามีบทบาทมากขึ้น พนักงาน Receptionist ยังจำเป็นอยู่หรือไม่

ยังจำเป็นสำหรับหลายองค์กร โดยเฉพาะสถานที่ต้องต้อนรับลูกค้า คู่ค้า และผู้มาติดต่อเป็นประจำ แม้ AI จะช่วยลงทะเบียน ตอบคำถามเบื้องต้น และจัดการนัดหมายได้ แต่การสื่อสาร การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการสร้างความประทับใจยังต้องอาศัยบุคลากรที่มีทักษะด้านบริการ

ควรมี Service Mind สื่อสารได้ดี มีความละเอียดรอบคอบ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ และใช้ระบบดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับงานได้ นอกจากนี้ ควรเข้าใจข้อจำกัดของระบบและรู้ว่าเมื่อใดต้องตรวจสอบหรือส่งต่อให้ผู้รับผิดชอบ

เริ่มจากกำหนดหน้าที่และแบ่งงานระหว่าง AI กับคนให้ชัด จากนั้นจึงระบุคุณสมบัติ คัดกรอง สัมภาษณ์ และใช้สถานการณ์จำลองเพื่อประเมินทักษะจริง หากองค์กรใช้ระบบดิจิทัล ควรทดสอบความสามารถในการเรียนรู้และใช้เครื่องมือที่จำเป็นด้วย

องค์กรสามารถวางแผนจัดหาพนักงานทดแทนผ่านผู้ให้บริการจัดหาบุคลากร เช่น SO PEOPLE ได้ โดยควรแจ้งคุณสมบัติ สถานที่ เวลาทำงาน และขอบเขตหน้าที่ให้ชัดเจน ความพร้อมและระยะเวลาจัดหาจะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของตำแหน่งและเงื่อนไขบริการที่ตกลงกัน

SO PEOPLE ช่วยดำเนินกระบวนการตามขอบเขตที่ตกลง ตั้งแต่รับโจทย์ กำหนดคุณสมบัติ สรรหาและคัดกรอง ประสานสัมภาษณ์ ไปจนถึงเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มงาน รวมถึงประสานจัดหาพนักงานทดแทนเมื่อเกิดความจำเป็นตามเงื่อนไขบริการ

มีความเสี่ยงหากระบบเก็บชื่อ ภาพถ่าย ข้อมูลติดต่อ เลขทะเบียนรถ เสียง หรือประวัติการเข้าออก องค์กรควรตรวจสอบฐานกฎหมาย วัตถุประสงค์ ระยะเวลาจัดเก็บ สิทธิ์การเข้าถึง มาตรการรักษาความปลอดภัย และการดำเนินการของผู้ให้บริการระบบให้เหมาะสมกับ PDPA

AI รับผิดชอบงานมาตรฐาน เช่น ลงทะเบียน ตอบคำถาม และแจ้งเตือน ส่วน Receptionist ตรวจสอบข้อมูล รับช่วงกรณีผิดปกติ ดูแลข้อร้องเรียน และประสานงานที่ต้องใช้วิจารณญาณ โดยต้องกำหนดจุดส่งต่อและผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน

Writer : Aditep Phumkasame

Digital and Performance Marketing. : SO-Siamrajathanee Plc.

ผู้รักในการเล่าเรื่องธุรกิจ Outsource และ HR ให้น่าสนใจยิ่งขึ้นผ่านบทความและ SEO Content มีประสบการณ์ดูแลด้าน Content Marketing มากกว่า 3 ปี เชื่อว่าการเล่าเรื่องที่ดีสามารถเพิ่มยอดขายและความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ได้เสมอ...
Follow : Linkedin - Aditep .P