พนักงานขับรถทดสอบ มีผลโดยตรงต่อความปลอดภัย คุณภาพรถยนต์ และความต่อเนื่องของแผนผลิต การคัดเลือกจึงไม่ควรพิจารณาเพียงใบอนุญาตขับรถหรือประสบการณ์ แต่ต้องประเมินสมรรถภาพร่างกาย ทักษะขับขี่ ความเข้าใจขั้นตอนทดสอบ และวินัยในการรายงานข้อมูลด้วย
TL;DR
- งานขับรถทดสอบสมรรถนะ งานเคลื่อนย้ายรถ และงานทดสอบ EV ใช้เกณฑ์คัดเลือกไม่เหมือนกัน
- เกณฑ์พื้นฐานควรครอบคลุมใบขับขี่ สมรรถภาพร่างกาย การขับจริง ความรู้ด้าน Safety และการรายงานความผิดปกติ
- การจ้างเองเหมาะกับกำลังคนคงที่ ส่วน Outsource เหมาะกับแผนงานที่เปลี่ยนตามโครงการหรือปริมาณผลิต
- ก่อนเลือกผู้ให้บริการ ต้องตรวจหลักฐานการทดสอบ เกณฑ์ผ่าน ระบบคนทดแทน และความรับผิดเมื่อเกิดความเสียหาย
พนักงานขับรถทดสอบ ทำหน้าที่อะไร และต่างจากพนักงานขับรถทั่วไปอย่างไร
พนักงานขับรถทดสอบไม่ได้มีหน้าที่เพียงขับรถจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่ต้องควบคุมรถตามขั้นตอนที่กำหนด สังเกตอาการผิดปกติ และส่งมอบข้อมูลให้ทีมผลิตหรือวิศวกรอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ระดับทักษะที่ต้องการขึ้นอยู่กับประเภทงาน
พนักงานขับรถทดสอบ สมรรถนะรถยนต์
Test Driver ต้องขับรถตาม Test Procedure เช่น การทดสอบระบบเบรก เสียง การสั่นสะเทือน การควบคุมรถ หรือ Dynamic Test พร้อมปฏิบัติตามเงื่อนไขความเร็ว เส้นทาง และลำดับการทดสอบอย่างเคร่งครัด
มาตรฐานฝีมือแรงงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานสำหรับงานประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ยานยนต์ขั้นสุดท้าย ครอบคลุมการขับรถตามที่องค์กรกำหนด การทดสอบความเร็ว ระบบเบรก การวิ่งทดสอบ และการรายงานผลต่อหัวหน้างาน จึงสะท้อนว่างานนี้เชื่อมโยงทั้งการขับขี่และการควบคุมคุณภาพ
พนักงานขับรถเคลื่อนย้ายรถภายในโรงงาน
เน้นการเคลื่อนรถระหว่างสายการผลิต ลานพักรถ จุดตรวจคุณภาพ หรือพื้นที่จัดส่ง ความเร็วอาจไม่สูง แต่ต้องแม่นยำเรื่องเส้นทาง จุดจอด ระยะปลอดภัย การตรวจสภาพรถ และกฎจราจรภายในโรงงาน
พนักงานขับรถทดสอบ รถยนต์ไฟฟ้า
EV Test Driver ควรเข้าใจข้อควรระวังของระบบไฟฟ้าแรงดันสูง สัญญาณเตือน การชาร์จ และขั้นตอนตอบสนองเมื่อพบความผิดปกติ โดยขอบเขตการอบรมต้องอ้างอิงประเภทงานและข้อกำหนดของผู้ผลิต ไม่ควรใช้หลักสูตรเดียวกับรถยนต์สันดาปโดยอัตโนมัติ
พนักงานขับรถทดสอบที่เหมาะสมจึงไม่ใช่เพียงผู้ที่ “ขับรถได้” แต่ต้องขับตามขั้นตอน ตรวจพบความผิดปกติ และรายงานข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจด้านคุณภาพได้
พนักงานขับรถทดสอบ ต้องมีคุณสมบัติและทักษะสำคัญอะไรบ้าง
คุณสมบัติพื้นฐานควรประกอบด้วยใบอนุญาตขับรถที่ตรงกับประเภทรถ สุขภาพเหมาะสม ทักษะควบคุมรถ ความเข้าใจระบบรถยนต์ และวินัยด้านความปลอดภัย ส่วนทักษะเฉพาะต้องเพิ่มตามลักษณะการทดสอบและความเสี่ยงของแต่ละโรงงาน
การประเมินพื้นฐานก่อนเริ่มงาน
- ตรวจเอกสารและประวัติ เช่น ใบขับขี่ ประวัติทำงาน และคุณสมบัติตามที่โรงงานกำหนด
- ตรวจสมรรถภาพร่างกาย เช่น การมองเห็นสี การกะระยะ สายตาทางกว้าง และปฏิกิริยาตอบสนอง
- ทดสอบขับจริง ครอบคลุมการควบคุมพวงมาลัย เบรก การถอยจอด การเว้นระยะ และการตัดสินใจ
- ทดสอบความรู้ Safety เช่น กฎจราจรภายในโรงงาน จุดอับสายตา การรายงานอุบัติเหตุ และเหตุฉุกเฉิน
- ประเมินพฤติกรรมการทำงาน เช่น วินัย การควบคุมอารมณ์ การทำงานเป็นกะ และการปฏิบัติตามคำสั่ง
กระบวนการขอรับใบอนุญาตขับรถของกรมการขนส่งทางบกประกอบด้วยการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย การอบรม การสอบข้อเขียน และการทดสอบขับรถ แต่สำหรับงานขับรถทดสอบในโรงงาน องค์กรควรกำหนดการประเมินเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับหน้างานจริง
การทดสอบสมรรถภาพพนักงานขับรถ ควรตรวจอะไรบ้าง?
การทดสอบสมรรถภาพร่างกายเป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการคัดเลือกพนักงานขับรถทดสอบ โดยเกณฑ์ที่ใช้ในกระบวนการขอรับใบอนุญาตขับรถของกรมการขนส่งทางบกมีการประเมินที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นสี สายตาทางลึก สายตาทางกว้าง และปฏิกิริยาทางเท้า
ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้ประชาสัมพันธ์การปรับแนวทางทดสอบสมรรถภาพร่างกายเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 โดยมีสาระสำคัญ เช่น
- การมองเห็นสี: ทดสอบในการขอรับใบอนุญาตขับรถครั้งแรก ไม่จำเป็นต้องทดสอบซ้ำในการต่ออายุตามแนวทางที่ประกาศ
- ผู้ต่ออายุใบอนุญาตขับรถที่มีอายุไม่เกิน 55 ปี และใบอนุญาตขาดอายุไม่เกิน 1 ปี อาจได้รับการยกเว้นการทดสอบปฏิกิริยาทางเท้า โดยยังต้องทดสอบสายตาทางกว้างและทางลึก
- ผู้มีอายุเกิน 55 ปี หรือมีใบอนุญาตขาดอายุเกิน 1 ปี ยังคงต้องทดสอบปฏิกิริยาทางเท้าร่วมกับการทดสอบสายตาตามเงื่อนไขที่ประกาศ
อย่างไรก็ตาม เกณฑ์การต่ออายุใบขับขี่ไม่ใช่เกณฑ์ประเมินความพร้อมสำหรับงาน Test Driver โดยอัตโนมัติ โรงงานรถยนต์ควรกำหนดการตรวจสมรรถภาพเพิ่มเติมตามความเสี่ยงของงาน เช่น ความสามารถในการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การควบคุมรถในสถานการณ์เฉพาะ และความพร้อมในการทำงานเป็นกะ โดยประสานผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวอนามัยตามความเหมาะสม
แหล่งอ้างอิง: กรมประชาสัมพันธ์ – กรมการขนส่งทางบกปรับเกณฑ์ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ปี 2569
ทักษะเฉพาะสำหรับงานทดสอบรถยนต์
ผู้ปฏิบัติงานควรรู้พื้นฐานของเบรก พวงมาลัย ยาง ระบบส่งกำลัง ไฟเตือน และระบบ EV ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอ่าน Work Instruction หรือ Test Procedure ได้ สามารถสังเกตเสียง กลิ่น การสั่น หรือพฤติกรรมรถที่ผิดปกติ และบันทึกข้อมูลโดยไม่ตีความเกินข้อเท็จจริง
การอบรม Defensive Driving ช่วยสร้างกรอบคิดด้านการคาดการณ์ความเสี่ยง แต่โรงงานยังต้องทดสอบทักษะเฉพาะตามเส้นทาง ประเภทรถ ความเร็ว และสถานการณ์จริงก่อนอนุญาตให้ทำงาน
ทำไมการจัดหา พนักงานขับรถทดสอบ เอง จึงกลายเป็นภาระของโรงงานรถยนต์
การจัดหาเองทำให้ HR และหน่วยงานปฏิบัติการต้องรับผิดชอบตั้งแต่สรรหา ตรวจประวัติ ทดสอบสมรรถภาพ ฝึกอบรม ไปจนถึงจัดคนทดแทน เมื่อแผนผลิตหรือโครงการทดสอบเปลี่ยน ภาระกำลังคนจึงเปลี่ยนตามทันที
| ประเด็นเปรียบเทียบ | จ้างและบริหารเอง | ใช้ Outsource |
|---|---|---|
| การควบคุมบุคลากร | ควบคุมโดยตรง | ควบคุมผ่านขอบเขตงานและ KPI |
| ภาระการสรรหา | HR รับผิดชอบทั้งหมด | ผู้ให้บริการรับผิดชอบตามสัญญา |
| การเพิ่มหรือลดคน | ใช้เวลาและมีภาระการจ้างงาน | ปรับตามโครงการได้ หากกำหนดไว้ล่วงหน้า |
| คนทดแทน | โรงงานต้องเตรียมเอง | ผู้ให้บริการจัดหาตามเงื่อนไขที่ตกลง |
| การทดสอบทักษะ | ต้องสร้างเกณฑ์และผู้ประเมิน | ใช้ระบบคัดกรองของผู้ให้บริการร่วมกับเกณฑ์โรงงาน |
| การบริหารคุณภาพ | หน่วยงานภายในติดตามเอง | ติดตามร่วมกับทีม Operation ของผู้ให้บริการ |
ตัวอย่างเช่น โรงงานอาจต้องเพิ่มพนักงานสำหรับรถรุ่นใหม่ แต่เมื่อกำหนดการผลิตเลื่อน HR ต้องปรับจำนวนคน ตารางกะ และสัญญาจ้างใหม่ทั้งหมด การเปรียบเทียบ จ้างคนขับรถเองกับใช้ Outsource จึงควรมองต้นทุนการบริหารและความต่อเนื่องของงานร่วมกับค่าจ้าง ไม่ใช่เปรียบเทียบเฉพาะราคาต่อคน
สำหรับโรงงานที่มีแผนทดสอบรถยนต์เป็นรอบ การใช้ Outsource ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการจ้างระยะสั้นเสมอไป แต่สามารถพิจารณาวางแผนกำลังคนภายใต้สัญญาระยะยาว โดยกำหนดจำนวนบุคลากรหลัก แนวทางเพิ่มหรือลดคนตามรอบทดสอบ และระยะเวลาเตรียมพนักงานทดแทนให้ชัดเจน ทั้งนี้ บริการพนักงานขับรถของ SO PEOPLE ตามข้อมูลเว็บไซต์ปัจจุบันมีเงื่อนไขพื้นฐานด้านจำนวนคนและระยะเวลาสัญญา องค์กรที่ต้องการจัดกำลังคนตามโครงการจึงควรปรึกษาทีมงานเพื่อประเมินรูปแบบบริการที่เหมาะสมก่อน
เลือกบริษัท Outsource พนักงานขับรถทดสอบ อย่างไร ให้ได้คนตรงงานและปลอดภัย
ควรเลือกจากหลักฐานของกระบวนการคัดเลือกและระบบบริหารหลังเริ่มงาน มากกว่าพิจารณาเฉพาะจำนวนคนหรือราคาบริการ Procurement สามารถใช้ Checklist ต่อไปนี้ประกอบการประเมินผู้ให้บริการได้
- มี Job Profile แยกตามงาน Test Driver งานเคลื่อนย้ายรถ และงาน EV
- ตรวจใบขับขี่ เอกสาร ประวัติทำงาน และคุณสมบัติที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสมรรถภาพร่างกายตามความเสี่ยงของตำแหน่ง
- ทดสอบขับจริงด้วยรถ เส้นทาง หรือสถานการณ์ใกล้เคียงหน้างาน
- มีแบบประเมิน เกณฑ์ผ่าน รายชื่อผู้ประเมิน และหลักฐานผลทดสอบ
- อบรมกฎ Safety, Work Instruction และเหตุฉุกเฉินก่อนเริ่มงาน
- มีกระบวนการจัดคนทดแทนและฝึกคนสำรอง
- มีผู้ประสานงานและทีม Operation ติดตามปัญหา
- รายงานเวลาทำงาน การฝ่าฝืนกฎ Near Miss และอุบัติเหตุได้
- ระบุความรับผิด การสอบสวนเหตุ และขั้นตอนประสานประกันภัยในสัญญา
รถที่ใช้ทดสอบก่อนผลิตและรถทดสอบคุณภาพมีหลักเกณฑ์การอนุญาตใช้รถเฉพาะตามประกาศของกรมการขนส่งทางบก โรงงานจึงควรตรวจทั้งคุณสมบัติคนขับและสถานะการใช้รถให้สอดคล้องกับประเภทการทดสอบ
องค์กรสามารถใช้ Checklist เลือกบริษัท Outsource คนขับรถ เป็นโครงเริ่มต้น แล้วเพิ่มข้อกำหนดเฉพาะของโรงงาน เช่น การรักษาความลับรถต้นแบบ การควบคุมอุปกรณ์บันทึกภาพ และสิทธิ์เข้าถึงพื้นที่ทดสอบ
มากกว่าพนักงานขับรถทดสอบ SO PEOPLE มี 4 แอปพลิเคชันช่วยบริหารงานอย่างไร?
การจัดหาพนักงานขับรถทดสอบให้เพียงพอกับจำนวนรถและรอบการทดสอบเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการบริหารงาน โรงงานยังต้องตรวจสอบเวลาทำงาน การจัดการยานพาหนะ การประสานงาน และการติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติงานด้วย
SO PEOPLE มีเทคโนโลยีสนับสนุนการบริหารพนักงานและยานพาหนะ 4 ระบบ ซึ่งสามารถพิจารณานำมาใช้ให้เหมาะสมกับขอบเขตของแต่ละโครงการ
1. TIKTRACK ช่วยจัดการเวลาทำงานของพนักงาน
ระบบจัดการเวลาเข้าและออกงานของพนักงาน ช่วยให้ผู้ดูแลสามารถตรวจสอบข้อมูลการลงเวลาปฏิบัติงานได้ เหมาะสำหรับงานที่มีพนักงานหลายกะหรือมีการเปลี่ยนกำลังคนตามแผนการทำงาน
2. VMS ช่วยบริหารจัดการยานพาหนะ
ระบบบริหารยานพาหนะที่สนับสนุนการจองรถ การติดตามสถานะ และการจัดการข้อมูลเอกสารหรือการบำรุงรักษา สามารถใช้ประกอบการบริหารรถในขอบเขตที่ลูกค้ากำหนด โดยไม่ใช่ระบบวิเคราะห์ผลการทดสอบสมรรถนะรถยนต์โดยตรง
3. MOBIX 360 ช่วยติดตามรถ คน และงานภาคสนาม
ระบบ GPS Tracking และ Fleet Management ช่วยติดตามข้อมูลยานพาหนะและการปฏิบัติงานภาคสนามแบบ Real-time ตามความสามารถและการติดตั้งที่รองรับ สำหรับโรงงานรถยนต์ ควรพิจารณาเงื่อนไขการติดตามข้อมูลร่วมกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและการรักษาความลับของรถทดสอบ
4. Valet Go ช่วยจัดคิวและติดตามการรับส่งรถ
ระบบจัดคิวและติดตามสถานะการเรียกรถ เหมาะกับโครงการที่มีงานรับส่งหรือส่งมอบรถเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ เช่น การบริหารจุดรับส่งรถหรือพื้นที่บริการที่มีการจัดคิว ไม่จำเป็นต้องนำมาใช้กับทุกตำแหน่งของงาน Test Driver
การใช้เทคโนโลยีร่วมกับทีมบริหาร Outsource ช่วยให้องค์กรมีข้อมูลประกอบการติดตามงาน ลดการประสานงานซ้ำซ้อน และกำหนดผู้รับผิดชอบได้ชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ ระบบที่นำมาใช้งานจริงควรพิจารณาตามลักษณะงาน สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล และข้อตกลงการให้บริการของแต่ละโครงการ
ข้อมูลอ้างอิง: SO PEOPLE – ระบบบริหารพนักงานและยานพาหนะ
SO PEOPLE ช่วยจัดหาพนักงานขับรถทดสอบให้โรงงานรถยนต์ได้อย่างไร
SO PEOPLE มีระบบคัดสรรพนักงานขับรถและทีมบริหาร Outsource ซึ่งสามารถนำมาปรับเข้ากับข้อกำหนดของงานขับรถทดสอบได้ โดยต้องประเมินประเภทงาน รถที่ใช้ เส้นทาง ความเสี่ยง และเกณฑ์ผ่านร่วมกับโรงงานก่อนเริ่มโครงการ
กระบวนการบนหน้า บริการจัดหาพนักงานขับรถ ครอบคลุม Physical Check การตรวจเอกสาร การสัมภาษณ์เบื้องต้น การทดสอบขับจริง Safety Training การประเมินพฤติกรรม การสัมภาษณ์โดยผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนการตรวจประวัติอาชญากรรมและประวัติการทำงานเดิม
ด้านการบริหารโครงการ มีทีมสนับสนุน 4 ส่วน ได้แก่
- Consult: ประเมินหน้างานและกำหนดรูปแบบบริการ
- Recruiter: สรรหาพนักงานและสนับสนุนกำลังคนทดแทน
- Operation: บริหารงานตามข้อตกลงและมาตรฐานความปลอดภัย
- Tech Implementor: จัดการข้อมูลและสรุปรายงานหรือ Dashboard
โครงสร้างดังกล่าวช่วยให้ HR ลดภาระการสรรหา Operation มีผู้ประสานงานดูแลกำลังคน และ Procurement สามารถกำหนดขอบเขตงาน หลักฐานการทดสอบ และรูปแบบรายงานให้ตรวจสอบได้
สรุป การเลือกพนักงานขับรถทดสอบ ไม่ควรดูแค่ทักษะคนขับ แต่ต้องดูระบบบริหารงานด้วย
การจ้างเองเหมาะกับงานที่มีจำนวนคนและปริมาณงานคงที่ พร้อมมีทีมทดสอบและบริหารบุคลากรภายใน ส่วน Outsource เหมาะกับโรงงานที่ต้องการปรับกำลังคนตามโครงการ ลดภาระการสรรหา หรือสร้างระบบคนทดแทนที่เป็นรูปธรรม
ก่อนขอใบเสนอราคา โรงงานควรเตรียมข้อมูลอย่างน้อย ได้แก่ ประเภทงาน จำนวนคน ตารางกะ ประเภทรถ เส้นทางทดสอบ ระดับความเร็ว คุณสมบัติขั้นต่ำ เกณฑ์ผ่าน ข้อกำหนดความลับ ระบบรายงาน และขอบเขตความรับผิดเมื่อเกิดเหตุ
ความปลอดภัยของงานขับรถทดสอบไม่ได้เกิดจากทักษะของคนขับเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการคัดเลือก การอบรม การกำกับงาน และการปรับปรุงผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับพนักงานขับรถทดสอบ (FAQ)
พนักงานขับรถทดสอบต้องมีใบอนุญาตขับรถที่ถูกต้องและตรงกับประเภทรถที่ใช้งาน รวมถึงต้องผ่านการประเมินทักษะขับขี่ตามข้อกำหนดของโรงงาน หากเป็นรถต้นแบบหรือรถที่มีเงื่อนไขการทดสอบเฉพาะ ควรตรวจสอบข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมก่อนเริ่มปฏิบัติงาน
ควรพิจารณาการมองเห็นสี สายตาทางลึก สายตาทางกว้าง ปฏิกิริยาตอบสนอง และความพร้อมด้านสุขภาพตามความเสี่ยงของงาน โดยการประเมินสำหรับงานทดสอบรถยนต์ควรมีข้อกำหนดเพิ่มเติมจากการทดสอบเพื่อรับหรือต่ออายุใบขับขี่ทั่วไป
ไม่มีจำนวนปีประสบการณ์เดียวที่เหมาะสมกับทุกตำแหน่ง งานขับเคลื่อนย้ายรถภายในโรงงานอาจเน้นความแม่นยำและการผ่านการทดสอบหน้างาน ขณะที่งานทดสอบสมรรถนะควรพิจารณาประสบการณ์กับรถยนต์ประเภทใกล้เคียง ความเข้าใจ Test Procedure และผลการทดสอบขับจริงร่วมกัน
ค่าบริการขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงาน ระยะเวลาจ้าง ตารางกะ ประเภทการทดสอบ คุณสมบัติเฉพาะ การอบรม และขอบเขตการบริหารงาน โรงงานควรจัดทำรายละเอียดความต้องการให้ชัดเจนก่อนขอใบเสนอราคา เพื่อประเมินต้นทุนบริการได้เหมาะสมกับงานจริง
ความรับผิดชอบต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง กฎหมาย เงื่อนไขสัญญา และความคุ้มครองของกรมธรรม์ที่เกี่ยวข้อง โรงงานควรกำหนดขั้นตอนรายงานอุบัติเหตุ การสอบสวนเหตุการณ์ และการประสานงานระหว่างผู้ว่าจ้างกับบริษัท Outsource ให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน
พนักงานขับรถทดสอบต้องปฏิบัติตาม Test Procedure สังเกตความผิดปกติของรถ บันทึกข้อมูล และประสานงานกับฝ่ายวิศวกรรมหรือควบคุมคุณภาพ ขณะที่พนักงานขับรถทั่วไปมักเน้นการขับขี่เพื่อเดินทางหรือขนส่งอย่างปลอดภัยเป็นหลัก
ควรได้รับการอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าแรงดันสูง สัญญาณเตือน ข้อควรระวังในการชาร์จ และแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ โดยขอบเขตการอบรมต้องเหมาะสมกับหน้าที่และข้อกำหนดของผู้ผลิต ผู้ขับรถไม่ควรดำเนินการกับชิ้นส่วนไฟฟ้าแรงดันสูงหากไม่ได้รับอนุญาตและผ่านการฝึกอบรมที่เหมาะสม
สามารถพิจารณาวางแผนกำลังคนตามรอบการผลิตหรือการทดสอบได้ โดยต้องตกลงรูปแบบสัญญา จำนวนพนักงาน และเงื่อนไขการเพิ่มหรือลดกำลังคนกับผู้ให้บริการ สำหรับ SO PEOPLE มีเงื่อนไขบริการขั้นต่ำตามประเภทสัญญา จึงควรสอบถามรูปแบบบริการที่รองรับก่อนวางแผนจ้างงาน
ผู้ให้บริการควรมีกระบวนการเตรียมกำลังคนสำรองและกำหนดระยะเวลาจัดหาคนทดแทนอย่างชัดเจน SO PEOPLE มีทีม Recruiter และ Operation สนับสนุนการจัดหาพนักงานทดแทน โดยสำหรับงานขับรถทดสอบเฉพาะทาง พนักงานที่เข้าทดแทนยังต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกและข้อกำหนดหน้างานของโรงงานก่อนปฏิบัติงานจริง
ควรใช้ KPI เช่น อัตราการมาปฏิบัติงาน ความครบถ้วนของกำลังคน การจัดหาพนักงานทดแทน การผ่านอบรมตามข้อกำหนด การปฏิบัติตาม Safety และความถูกต้องของรายงานผล โดยกำหนดวิธีวัดและความถี่ในการรายงานให้ชัดเจนร่วมกันก่อนเริ่มสัญญา

